Facebook Twitter
gPlus 

5 สัญญาณอาการแย่ของเดวิด มอยส์

2,739

21 ต.ค.56

 เดวิด มอยส์
5 สัญญาณอาการแย่ของเดวิด มอยส์

จากผลงานอันย่ำแย่ของทีมปีศาจแดง ทำให้เริ่มมีเสียงจากบรรดาเรด อาร์มี กดดันไปยังผู้มาสืบสานตำนานของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กันเป็นแถว แล้วอะไรล่ะคือสิ่งที่ผิดพลาดในช่วงที่ผ่านมา

   นับตั้งแต่เปิดฤดูกาล หากถามว่าแฟนบอลทีมใดที่กำลังอยู่ในช่วงอับอาย ไม่ค่อยกล้าคุยเรื่องลูกกลมๆ กันในช่วงนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในนั้นคือ แฟนบอลทีมปีศาจแดง เมื่อทีมรักของพวกเขาทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังด้วยการรั้งในอันดับ 8 ในปัจจุบัน และแพ้ไปแล้วถึง 3 เกมจาก 8 เกมแรก

   การรับไม้ต่อจากเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือผู้ถูกยกย่องว่าเป็น ราชันแห่งโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไม่ใช่เรื่องง่าย นี่เป็นสิ่งที่เรด เดวิลส์ทุกคนล้วนยอมรับกันได้โดยไม่มีปัญหา แต่ต้องยอมรับว่า จากผลงานที่ผ่านมา นอกจากเกมนัดเปิดสนามที่พวกเขาบุกไปถล่มสวอนซี 4-1 ก็ไม่มีเกมไหนอีกเลยที่กระทาชาย นามว่า เดวิด มอยส์ จะทำให้แฟนบอลได้สบายใจ (แม้แต่เกมอุ่นเครื่องในช่วงปรีซีซั่น)

   พ่ายคาบ้านต่อเวสต์บรอมฯ ในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดเป็นครั้งแรกในรอบ 34 ปี, โดนคู่ปรับร่วมเมืองอย่างแมนฯ ซิตี้ถล่มไป 1-4, ความอับอายต่อคู่ปรับตัวฉกาจในศึกแดงเดือด ไปจนถึงเกมที่พวกเขาพลิกกลับมาชนะซันเดอร์แลนด์ ทีมบ๊วยยังต้องพึ่งเจ้าหนูอัดนาน ยานาไซ ปีกวัย 18 ปี เท่านั้น

   แล้วอะไรล่ะที่ทำให้ เดวิด มอยส์ ต้องย่ำแย่มาถึงจุดนี้ เรามาวิเคราะห์กันเลยดีกว่าว่าจุดอ่อนของทีมปีศาจแดงชุดนี้มันอยู่ตรงไหนกันบ้าง

1.มารูยาน เฟลไลนี ไม่ใช่คำตอบในแผงมิดฟิลด์

ความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่าในการพยายามดึงกองกลางระดับโลกมาร่วมทีมให้ได้ในช่วงซัมเมอร์ ทำให้การคว้าตัวมารูยาน เฟลไลนี จากเอฟเวอร์ตัน มาร่วมทีมในวินาทีสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะด้วยค่าตัว 27.5 ล้านปอนด์ กลายเป็นความคาดหวังอันใหญ่หลวงบนบ่าของมิดฟิลด์หัวฟู

แต่ฟอร์มการเล่นในช่วงที่ผ่านมา มิดฟิลด์ผู้มีส่วนพาทีมชาติบ้านเกิดไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี กลับไม่ได้โชว์ฟอร์มคุ้มค่าตัวเลย เขาเงอะงะและมักจะเชื่องช้าเวลาถูกรุมแย่งบอล อีกทั้งการผ่านบอลทะลุช่อง, การวิ่งสอดเข้าทำในกรอบเขตโทษหรือการสกัดลูกอันตราย เจ้าตัวก็ยังทำได้ไม่ดีพอในระดับที่ใครๆ คาดวัง

2.เดวิด มอยส์ ยังไม่มี 11 ตัวจริงในใจ

ปัญหาหลักของกุนซือชาวสก็อตรายนี้ คือ เขายังไม่รู้เลยว่าผู้เล่นตัวหลักของเขามีใครบ้าง แมนฯ ยูไนเต็ดมีการเปลี่ยนแปลง 11 ตัวจริงแทบทุกเกม และมีนักเตะลงสนามจากแปดนัดแรกไปแล้วถึง 24 ราย

ไม่เพียงการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นเท่านั้น แม้กระทั่งแผนการเล่นก็มีการเปลี่ยนแปลงให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็น 4-4-2 ที่ดันรูนีย์ขึ้นไปยืนเป็นกองหน้าคู่กับอาร์วีพี บางทีก็เป็น 4-3-3 หรือแม้กระทั้ง 4-2-3-1 ที่ให้รูนีย์ยืนทำเกมเป็นหน้าต่ำ จนผู้เล่นเกิดอาการงงไปหมด ใช่ แผนการเล่นควรมีความยืดหยุ่น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือทีมจำเป็นต้องมีแผน เอ ไม่ใช่มีจนถึงแผน แซด แต่ยังไม่มีแผนไหนเป็นหลักเลย

3.ขาดความสร้างสรรค์ในเกมรุก

การสร้างสรรค์เกมรุกของแมนฯยูไนเต็ด เริ่มตีบตันยิ่งขึ้นเรื่อยๆ การวางบอลอย่างแม่นยำจากกองกลางแทบไม่มีให้เห็น รวมถึงครอสจากปีกก็แทบไม่มีเลย ผลงานทำประตูของทีมอาจยังไม่ถึงจุดย่ำแย่ แต่ต้องยอมรับว่าสำหรับทีมใหญ่ที่จะมีลุ้นแชมป์ พวกเขาควรสร้างสรรค์โอกาสได้ดีกว่านี้

5 จาก 11 ประตูในลีกปีนี้ของปีศาจแดงเกิดขึ้นจากลูกเซตพีชทั้งสิ้น ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า เหตุใดแมนฯ ยูไนเต็ดที่เคยได้รับการขนานนามว่ามีเกมรุกที่น่ากลัวที่สุดจึงมีปัญหาแบบนี้

อย่าลืมว่าทีมของพวกเขามีกองหน้าระดับโลกอย่างโรบิน ฟาน เพอร์ซี ที่คว้าดาวซัลโวปีที่แล้วมาครองได้ แต่กลับไม่มีตัวป้อนให้เขาทำประตูอย่างสม่ำเสมอ นี่แหละคืออีกหนึ่งปัญหาหลักของแมนฯ ยูไนเต็ด คำถามคือทำไมเดวิด มอยส์ไม่ลองส่งนักเตะที่สร้างความแตกต่างให้กับทีมได้อย่าง วิลฟรีด ซาฮาหรือชินจิ คางาวะลงมาเล่นดูบ้าง

4.แนวรับอันเปื่อยยุ่ย

10 ประตู จาก 8 นัดแรก เฉลี่ยแล้วนัดละ 1.25 ประตู มันเกิดอะไรขึ้นกับทีมที่เคยสร้างสถิติไม่เสียประตูมานานกว่า 1,000 นาที จะโทษว่าเป็นความผิดของดาบิด เด เฮอา ที่ยังแทนที่ของเอ็ดวิน ฟาน เดอ ซาร์ไม่ได้ก็ไม่ใช่ เพราะสถิติการเซฟของนายทวารชาวสแปนิชนั้นสูงขนาดว่าจาก 8 เกมแรก เขาเซฟไปแล้วถึง 23 ครั้ง โดยเฉลี่ยแล้วเกมๆ หนึ่ง เด เฮอา จะต้องมีจังหวะเซฟถึง 3 ครั้งต่อเกมเลย แต่เขากลับช่วยให้ทีมทำคลีนชีตได้เพียง 2 นัดเท่านั้น (คริสตัล พาเลซ,เชลซี)

ปัญหาจริงๆ คือ ผู้เล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค ที่ตอนนี้มีผู้เล่นในตำแหน่งนี้ถึง 5 ราย คือ ริโอ เฟอร์ดินานด์, เนมานยา วิดิช, จอนนี อีแวนส์, คริส สมอลลิงและฟิล โจนส์ ถ้าถามว่าใครดีที่สุด แม้แต่มอยส์เองก็คงตอบไม่ได้เช่นกัน นักเตะที่ได้โอกาสจับคู่กันมากที่สุดในตอนนี้ก็คือริโอและวิดิช แต่พอทั้งคู่มีส่วนที่ทำให้ทีมต้องเสียถึง 4 ประตูต่อคู่ปรับร่วมเมือง พวกเขาก็แทบไม่ได้จับคู่กันอีกเลย แล้วใครควรเป็นคู่ขาหลักดี

5.ความหวังอันยิ่งใหญ่บนบ่าอัดนาน ยานาไซ

กลายเป็นหนึ่งในเรื่องดีไม่กี่อย่างของแมนฯยูไนเต็ดในซีซั่นนี้ สำหรับเจ้าหนูมากสัญชาติที่ประเดิมการเป็นตัวจริงด้วยการยิงคนเดียวสองประตูในเกมกับซันเดอร์แลนด์ และเกมล่าสุดประตูที่ทีมได้จากเซาแธมป์ตันก็เกิดจากการจ่ายคิลเลอร์ พาสของเจ้าหนูรายนี้ ทว่ามันหนักไปหรือเปล่าสำหรับนักเตะดาวรุ่งคนหนึ่งที่เป็นตัวฝากความหวังของทีมยักษ์ใหญ่อย่างแมนฯ ยูไนเต็ด

ยังจำเคสของเฟเดริโก้ มาเคด้าได้ไหม ดาวยิงชาวอิตาเลียนโด่งดังเป็นพลุแตกหลังซัดประตูชัยใส่แอสตัน วิลลาในปี 2008-09 จนช่วยให้ทีมรักษาช่องว่างกับลิเวอร์พูลทีมอันดับสองจนสามารถคว้าแชมป์ลีกได้ในที่สุด แต่ซีซั่นถัดมาเจ้าตัวกลับทำตัวเป็นแค่ดอกไม้ไฟเท่านั้น เมื่อไม่มีโอกาสสอดแทรกขึ้นมาเป็นตัวจริงได้อีกเลย ก่อนจะโดนปล่อยยืมตัวจนได้เดินทางเป็นว่าเล่น ยานาไซกำลังจะเป็นแบบนั้นหรือไม่ หรือเขาจะโด่งดังเป็นนิวคริสเตียโน โรนัลโด้ ดาวรุ่งหลายคนต้องจบชีวิตการค้าแข้ง เพราะแบกรับไม่ไหว และแฟนผีคงไม่อยากให้เป็นแบบนั้นแน่นอน

นี่แหละคือสิ่งที่เดวิด มอยส์ ควรแก้ไข หากหวังจะพาทีมกลับไปอยู่ในหัวตาราง ปัญหาอาจจะมากเกินไป แต่เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันก็เคยทำให้เห็นมาแล้วว่าปัญหาทุกปัญหามีทางออกเสมอ และเขาก็แก้จนสามารถพาทีมล่าความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง

และนี่คือสิ่งสำคัญที่ เดอะ โชเซน วัน ต้องพิสูจน์ให้ทุกคนว่าเขาเหมาะสมกับตำแหน่งบัลลังก์ที่โรงละครแห่งความฝันจริงๆ ไม่ใช่ของเก๊อย่างที่ถูกปรามาสมาโดยตลอด



แหล่งที่มา :

กลับขึ้นด้านบน