Facebook Twitter
gPlus 

เนย์มาร์ : การเหยียดผิวยังมีอยู่ มันยังอยู่ แต่เราต้องหยุดมันไม่มีอีกแล้วพอกันที

605

15 ก.ย.63

เนย์มาร์ : การเหยียดผิวยังมีอยู่ มันยังอยู่ แต่เราต้องหยุดมันไม่มีอีกแล้วพอกันที

 

เนย์มาร์ กองหน้าปารีส แซงต์ แชร์กแมง ยอมรับว่าประพฤติตัวไม่เหมาะสม หลังโดนไล่ออกในเกมแพ้โอลิมปิก มาร์กเซย 0-1


ศึกบิ๊กแมตช์ ลีกเอิง คู่ระหว่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง พบ โอลิมปิค มาร์กเซย เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นช่วงท้ายเกมจนมีนักเตะโดนใบแดงเกิดขึ้นถึง 5 ใบ โดยเกมนี้จบลงด้วยความพ่ายแพ้ของเจ้าบ้าน 0-1 ซึ่งมีจังหวะปะทะกันรุนแรงและโต้เถียงกันระหว่างผู้เล่นทั้งสองทีมอยู่ทั้งเกม ก่อนเหตุการณ์จะมีบานปลายในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ


ผู้ตัดสินต้องทดเวลาไปกว่า 10 นาที เนื่องจากเกิดเหตุชุลมุนระหว่างผู้เล่นทั้งสองทีม ซึ่งส่งผลให้มีนักเตะโดนใบแดงในช่วงเวลานี้ถึง 5 ราย เป็นนักเตะเจ้าถิ่น 3 รายคือ เลย์วิน คูร์กซาวา, เลอันโดร ปาเรเดส และ เนย์มาร์ ที่ภายหลังหัวหอกแซมบ้าออกมาเผยว่าตัวเองโดนเหยียดผิว ขณะที่ทีมเยือนโดนสองรายคือ จอร์ดาน อมาวี และ ดาริโอ เบเนเด็ตโต้


หลังจบเกม เนย์มาร์ ได้เปิดเผยผ่านทางทวิตเตอร์ว่า ผิดหวังที่ไม่ได้ชกหน้า อัลบาโร กอนซาเลซ กองหลังของ โอลิมปิค มาร์กเซย ที่เหยียดผิวเขา ก่อนที่กอนซาเลซจะตอบโต้ทันควันว่าไม่ได้เป็นคนแบบนั้น และมีแถลงการณ์ของทางเปแอสเชที่สนับสนุนท่าทีในการต่อต้านการเหยียดผิวของเนย์มาร์ในเวลาต่อมา


ล่าสุด กองหน้าชาวบราซิเลียนได้ร่ายแถลงการณ์ยาวถึงเรื่องราวดังกล่าว พร้อมยอมรับผิดที่แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม แต่ยังยืนยันว่าการเหยียดผิวเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะปล่อยปละละเลยไปได้


"เมื่อวานนี้ ผมทำตัวไม่ดี และผมก็โดนลงโทษด้วยใบแดงเพราะผมอยากจะต่อยบางคนที่ด่าผม" เนย์มาร์กล่าว


"ผมคิดว่าผมจะปล่อยไปโดยไม่ทำอะไรไม่ได้ เพราะผมคิดว่าคนที่รับผิดชอบจะไม่ทำอะไร จะไม่ได้สนใจ หรือเมินกับข้อเท็จจริงตรงนี้ ในระหว่างเกม ผมอยากจะให้คำตอบเหมือนอย่างทุกครั้ง คือเล่นฟุตบอลไป แต่ข้อเท็จจริงก็แสดงให้เห็นแล้วว่าผมทำไม่สำเร็จ ผมออกนอกลู่นอกทาง...


"ในกีฬาของเรา ความก้าวร้าว การสบประมาทกัน การสบถ มันเป็นส่วนหนึ่งของเกม ของการโต้เถียงกัน คุณจะมารักกันไม่ได้ ผมเข้าใจหมอนั่นนะ ทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของเกม แต่การเหยียดผิวและการตบะแตกมันเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้


"ผมเป็นคนดำ เป็นลูกของคนดำ ปู่และทวดของผมก็เป็นคนดำ ผมภูมิใจและไม่ได้เห็นตัวเองแตกต่างจากคนอื่นๆ เมื่อวานนี้ ผมอยากให้คนที่รับผิดชอบในเกม ทั้งกรรมการและผู้ช่วยวางตัวเองให้เป็นกลาง และพยายามเข้าใจว่ามันไม่มีพื้นที่สำหรับทัศนคติที่ลำเอียงอีกแล้ว


"ผมควรจะไม่สนใจมันรึเปล่า? ตอนนั้นผมก็ยังไม่รู้ แต่วันนี้ พอใจเย็นลงแล้ว ผมคงต้องบอกว่าใช่ แต่ในระหว่างนั้น เพื่อนร่วมทีมและตัวผมเองขอให้ผู้ตัดสินช่วย แต่เขาเมินเรา นั่นคือประเด็น


"เราซึ่งมีส่วนร่วมกับความบันเทิงนี้ต้องแสดงออกให้เห็น การกระทำจะต้องมีผลลัพธ์ตามมา และได้รับในสิ่งที่ทำ ผมยอมรับบทลงโทษของผม เพราะผมควรจะเล่นฟุตบอลให้ขาวสะอาด ผมหวังว่าในขณะเดียวกัน คนที่ด่าผมก็ต้องโดนลงโทษด้วย


"การเหยียดผิวยังมีอยู่ มันยังอยู่ แต่เราต้องหยุดมัน ไม่มีอีกแล้ว พอเสียที!


"หมอนั่นเป็นคนโง่ แต่ผมก็ทำตัวเหมือนคนโง่ที่ปล่อยให้ตัวผมเข้าไปมีส่วนร่วมกับมัน ผมยังคงเชิดหน้าอยู่ได้ในวันนี้ แต่เราทุกคนต้องแสดงออกว่าไม่ใช่คนดำหรือคนขาวทุกคนจะอยู่ในสภาพเดียวกันหมด


"ความเสียหายจากการเผชิญหน้ากันอาจจะเป็นหายนะสำหรับทั้งสองฝั่ง ไม่ว่าคุณจะเป็นคนดำหรือคนขาว ผมคิดว่าเราไม่ควรจะเอาประเด็นมาปนกัน เราไม่จำเป็นต้องเลือกสีผิว ต่อหน้าพระเจ้า เราทุกคนเท่าเทียมกันหมด


"เมื่อวานนี้ ผมแพ้ในเกม และผมขาดสติปัญญา การเป็นศูนย์กลางของเรื่องนี้ หรือการละเลยการเหยียดผิวไม่ช่วยอะไรเลย ผมรู้ดี แต่การต่อต้านการเหยียดผิวอย่างสงบคือภาระหน้าที่ของเรา เพื่อให้คนที่มีสิทธิพิเศษน้อยกว่านี้ได้รับการปกป้องตามธรรมชาติ


"เราจะได้เจอกันอีก และมันจะเป็นไปตามทางของผม ก็คือเล่นฟุตบอล อยู่อย่างสงบ อยู่อย่างสงบ นายรู้ว่านายพูดอะไร...ผมรู้ว่าผมทำอะไร ขอให้โลกรักกันมากขึ้น"

กลับขึ้นด้านบน