Facebook Twitter
gPlus 

รมต.กีฬาเต้น เจอแอบอ้าง ธุรกิจมวยไทยที่ ญี่ปุ่น

1,597

14 พ.ค.51
เมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา “ชาติซ้าย” นายสมชาติ เจริญวัชรวิทย์ นายกสมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย “บังมาด” นายสามารถ มะลูลีม ประธานที่ปรึกษาสมาคม พร้อมคณะกรรมการ ได้เข้าพบนายวีระศักดิ์โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อหารือถึงปัญหาในวงการมวยไทยที่เกิดขึ้นมากมาย

  นายสมชาติกล่าวว่า ที่ตนและคณะขอเข้าพบ เนื่องจากก่อนหน้านี้ มีกรณีที่มีข่าวว่าโปรโมเตอร์มวยชาวญี่ปุ่นได้นำรูปถ่ายคู่กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไปนำเสนอ พร้อมระบุว่าทางไทยได้แต่งตั้งให้โปรโมเตอร์ญี่ปุ่นคนดังกล่าวเป็นตัวแทนในการดำเนินการด้านมวยของไทยทั้งหมดที่ญี่ปุ่น และนำไปเรียกร้องผลประโยชน์ จึงอยากให้รัฐมนตรี ในฐานะ ประธานคณะกรรมการกีฬามวย ทำหนังสือไปยังรัฐบาลประเทศญี่ปุ่น เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจว่า ประเทศไทยยังไม่ได้มีการอนุมัติแต่งตั้งผู้ใดเป็นตัวแทน

  นายกสมาคมกีฬามวยอาชีพฯกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังอยากให้มีการควบคุมนักมวยไทยที่จะเดินทางไปชกยังต่างประเทศ ให้ผ่านการรับรองให้ถูกต้อง เพราะทางคณะกรรมการมวยญี่ปุ่น ได้แจ้งรายชื่อของนักมวยไทย 19 คน ที่ทางญี่ปุ่นขึ้นบัญชีดำห้ามขึ้นชกมวยในประเทศของเขา เนื่องจากเป็นนักมวยที่อายุมาก และไม่มีสภาพพร้อมชกแล้ว นอกจากนี้ ขอให้ตรวจสอบกรณีมวยไทยในประเทศเริ่มตกต่ำ เพราะมีปัญหาเรื่องการล็อบบี้กรรมการเข้ามาเกี่ยวข้อง

  ขณะที่นายวีระศักดิ์กล่าวว่า ข้อมูลที่ได้รับสอดคล้องกับที่ตนทำการบ้านมา โดยกรณีการแอบอ้างว่ามีการแต่งตั้งโปรโมเตอร์ชาวญี่ปุ่นเป็นตัวแทน ตนขอยืนยันว่าไม่เคยมอบอำนาจให้ใครไป และไม่มีอำนาจที่จะมอบให้ได้ด้วย ซึ่งตนได้สอบถามไปยังผู้ประสานงานให้โปรโมเตอร์คนดังกล่าวเข้าพบแล้ว และได้รับคำชี้แจงว่า โปรโมเตอร์ดังกล่าวไปจัดมวยจริง เป็นรายการของสภามวยไทยโลก แต่เป็นคนละกรณีกับที่มีการนำนักมวยที่หมดสภาพแล้วไปชก ส่วนกรณีที่มีข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่น ว่าตนได้รับมอบอำนาจ เขาก็ยืนยันเช่นกันว่าไม่ได้เป็นผู้ให้ข่าว ตนจึงแจ้งไปว่า ขอให้ช่วยกันไปทำความเข้าใจให้ถูกต้องด้วย และได้มอบหมายให้การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ไปตรวจสอบเพิ่มเติมเท่าที่จะทำได้ ว่าใครเป็นผู้นำไปอ้างและดูว่าจะต้องทำเอกสารชี้แจงเพิ่มเติมต่อหน่วยงานใดๆหรือไม่

  นายวีระศักดิ์กล่าวต่อว่า ขณะที่กรณีที่มีการนำนักมวยที่หมดสภาพไปชกที่ญี่ปุ่น ต้องเป็นหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักคณะกรรมการกีฬามวยอาชีพ ในฐานะนายทะเบียน ไปสืบสวนหาข้อเท็จจริงว่าใครเป็นผู้จัด และมีการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ เพราะตามกฎหมายระบุให้เอาผิดผู้จัดได้ แต่กฎหมายไม่ได้ครอบคลุมถึงการเอาผิดตัวนักมวยไว้ด้วย และตนเห็นว่า คงเป็นเรื่องยากที่จะห้ามนักมวยไปชกในต่างประเทศ เช่นเดียวกับไม่สามารถห้ามคนไทยเดินทางไปต่างประเทศได้ เว้นเพียงอย่างเดียวหากติดธงไตรรงค์ไปแข่ง แล้วแอบอ้างว่า เป็นตัวแทนทีมชาติ

  “โดยส่วนตัว ผมเห็นว่าควรจะต้องมีการตรวจสอบสภาพความพร้อมของนักมวยที่จะเดินทางไปชกด้วย ส่วนปัญหาการล็อบบี้กรรมการในการชกในประเทศ คงต้องศึกษารายละเอียดอีกครั้ง แต่เห็นด้วยที่จะมีการยกระดับมาตรฐานของกรรมการผู้ตัดสินในทุกชนิดกีฬา ไม่ เฉพาะมวยไทยเท่านั้น” นายวีระศักดิ์กล่าวในตอนท้าย

กลับขึ้นด้านบน